Home » วิธีแทงบอลสเต็ป
แทงบอลสเต็ป คืออะไร วิธีเล่นและคำนวณบิลสำหรับมือใหม่
แทงบอลสเต็ป คือการเดิมพันฟุตบอลหลายคู่รวมไว้ในบิลเดียว โดยผลของแต่ละคู่จะเชื่อมต่อกันทั้งหมด ผู้เล่นต้องเลือกคู่แข่งขันตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไป พร้อมกำหนดตลาดเดิมพันที่ต้องการ เช่น แฮนดิแคป สูงต่ำ หรือ 1X2 จากนั้นระบบจะนำอัตราต่อรองของทุกคู่มาคำนวณรวมเป็นราคาเดียว จุดสำคัญคือคู่ที่อยู่ในบิลต้องผ่านเงื่อนไขตามกติกาจะได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่แสดง และวิธีเล่นสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากเลือกจำนวนคู่ไม่มากเกินไป ตรวจสอบทีม ตลาดเดิมพัน ราคาต่อรอง และจำนวนเงินให้ครบก่อนยืนยันบิล แทงบอล ส่วนการคำนวณ แทงบอลสเต็ป จะนำราคาของแต่ละตัวเลือกมาคูณต่อกันเพื่อหาอัตราจ่ายรวม แล้วนำไปคำนวณกับเงินเดิมพัน จะทำให้บิลที่มีหลายคู่มีอัตราจ่ายรวมสูงขึ้นตามจำนวนและราคาที่เลือก
แทงบอลสเต็ปทำงานอย่างไร และแตกต่างจากแทงบอลเต็งตรงไหน
แทงบอลสเต็ป ทำงานด้วยการนำตัวเลือกเดิมพันตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไปรวมไว้ในบิลเดียว ระบบจะนำอัตราต่อรองของแต่ละคู่มาคำนวณต่อกันจนได้เป็นอัตราจ่ายรวมของบิล เช่น เลือกฟุตบอล 3 คู่ในตลาดแฮนดิแคปหรือสูงต่ำ เมื่อยืนยันเดิมพันแล้ว ผลของทั้ง 3 คู่จะมีผลต่อบิลเดียวกัน หากทุกตัวเลือกผ่านตามเงื่อนไขก็จะคำนวณยอดจ่ายตามราคาเดิมพันรวม แต่หากมีคู่ไหนแพ้ บิลสเต็ปทั้งใบอาจแพ้ตามไปด้วย และความแตกต่างจาก แทงบอลเต็ง อยู่ที่โครงสร้างของบิลและวิธีตัดสินผล แทงบอลเต็งจะแยกแต่ละคู่เป็นคนละบิล จะตัดสินผลและคำนวณยอดรับของแต่ละคู่แยกออกจากกัน ขณะที่แทงบอลสเต็ปรวมหลายคู่ไว้ด้วยกัน ทำให้ราคาของแต่ละคู่ถูกนำมาคูณจนเป็นอัตราจ่ายรวมที่สูงกว่า แต่ก็ต้องแลกกับเงื่อนไขที่หลายคู่ต้องชนะ
สารบัญ
วิธีแทงบอลสเต็ป Step by Step ตั้งแต่เลือกคู่จนถึงยืนยันบิล
การ แทงบอลสเต็ป ควรเริ่มจากเลือกคู่แข่งขันและตลาดเดิมพันให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยรวมแต่ละตัวเลือกเข้าไว้ในบิลเดียว ขั้นตอนสำคัญไม่ใช่แค่เลือกทีมที่ต้องการ แต่ต้องตรวจสอบราคาบอล จำนวนคู่ ยอดเดิมพัน และยอดรับที่ระบบแสดงให้ครบ เพราะรายละเอียดของทุกคู่ในบิลมีผลต่อการตัดสินผลรวมทั้งหมด
- Step 1 เลือกคู่การแข่งขัน เลือกฟุตบอลที่ต้องการเดิมพันจากลีกหรือรายการที่เปิดให้เล่น พร้อมตรวจสอบเวลาแข่งขันให้ถูกต้อง
- Step 2 เลือกตลาดเดิมพัน กำหนดรูปแบบที่ต้องการ เช่น แฮนดิแคป สูงต่ำ หรือ 1X2 โดยสามารถเลือกตลาดต่างกันในแต่ละคู่ได้ตามเงื่อนไขของระบบ
- Step 3 เลือกฝั่งและราคาบอล กดเลือกทีม หรือราคาที่ต้องการ จากนั้นรายการจะถูกเพิ่มเข้าไปในบิลเดิมพันอัตโนมัติ
- Step 4 เพิ่มคู่ให้ครบตามจำนวนสเต็ป เลือกตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไปเพื่อสร้างบิลสเต็ป และตรวจสอบว่าแต่ละรายการอยู่ในบิลครบทั้งหมด
- Step 5 ตรวจสอบอัตราต่อรองรวม ระบบจะคำนวณราคาของแต่ละคู่รวมกัน พร้อมแสดงอัตราจ่ายของบิลก่อนลงเงินเดิมพัน
- Step 6 กรอกจำนวนเงินเดิมพัน ระบุยอดที่ต้องการใช้ ระบบจะแสดงยอดรับโดยประมาณตามอัตราต่อรองรวมของบิล
- Step 7 เช็กข้อมูลก่อนยืนยัน ตรวจสอบชื่อทีม ตลาดเดิมพัน ราคา จำนวนคู่ เงินเดิมพัน และยอดรับอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีราคามีการเปลี่ยนแปลง
- Step 8 ยืนยันบิลและตรวจสอบสถานะ กดยืนยันเดิมพัน แล้วเข้าไปดูประวัติหรือบิลที่กำลังแข่งขันเพื่อเช็กว่ารายการถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว
วิธีคำนวณแทงบอลสเต็ป อัตราต่อรองรวมและยอดรับคิดอย่างไร
การคำนวณ แทงบอลสเต็ป จะนำอัตราต่อรองของทุกตัวเลือกในบิลมาคูณต่อกัน เพื่อหาอัตราต่อรองรวมก่อนนำไปคิดกับเงินเดิมพัน ตัวอย่างเช่น เลือก 3 คู่ที่มีราคาแบบ Decimal เท่ากับ 1.80 1.90 และ 2.00 อัตราต่อรองรวมจะเป็น 1.80 × 1.90 × 2.00 = 6.84 หากลงเดิมพัน 100 บาท ยอดรับรวมตามตัวอย่างจะเท่ากับ 684 บาท ที่เป็นยอดรวมเงินเดิมพันเดิม ส่วนกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 584 บาท และสิ่งที่ต้องสังเกตคืออัตราต่อรองรวมของบิลสามารถเปลี่ยนได้หากมีบางคู่ถูกปรับผล เช่น เสมอราคา คืนทุน ครึ่งได้ หรือครึ่งเสีย เพราะระบบจะนำเงื่อนไขของคู่นั้นมาปรับก่อนคำนวณยอดสุดท้าย และก่อนยืนยัน บิลสเต็ป ควรดูทั้งราคาของแต่ละคู่ ราคาเดิมพันรวม จำนวนเงินที่ลง และช่องยอดรับที่ระบบคำนวณไว้
แทงบอลสเต็ปมีแบบไหนบ้าง สเต็ป 2 3 4 และหลายคู่ต่างกันอย่างไร
รูปแบบของ แทงบอลสเต็ป แบ่งตามจำนวนตัวเลือกที่นำมารวมไว้ในบิลเดียว ตั้งแต่สเต็ป 2 ไปจนถึงบิลที่รวมหลายคู่ ยิ่งจำนวนคู่มาก อัตราต่อรองรวมก็มีโอกาสสูงขึ้นตามราคาที่นำมาคูณกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีหลายคู่ผ่านเงื่อนไขพร้อมกันมากขึ้น ควรดูทั้งจำนวนคู่ ความเข้าใจในตลาดเดิมพัน หรือความเสี่ยงของบิลก่อนเลือกว่าจะเล่นกี่สเต็ป และสเต็ป 2 และ 3 จะตรวจสอบรายละเอียดได้ง่ายกว่าเพราะจำนวนคู่ไม่มาก ส่วนสเต็ป 4 หรือ แทงบอลสเต็ปหลายคู่ จะมีตัวแปรในบิลเพิ่มขึ้น ทั้งราคาบอล ตลาดเดิมพัน และผลการแข่งขันแต่ละคู่ แม้อัตราจ่ายรวมอาจสูงขึ้น แต่โอกาสที่บิลจะได้รับผลกระทบจากคู่ไหนคู่หนึ่งก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
รูปแบบบิล | จำนวนคู่ในบิล | ลักษณะการตัดสินผล | อัตราต่อรองรวม | ระดับความเสี่ยง |
สเต็ป 2 | 2 คู่ | โดยทั่วไปทั้ง 2 คู่ต้องผ่านเงื่อนไขของเดิมพัน | สูงกว่าเล่นเต็งคู่เดียว | ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสเต็ปที่มากกว่า |
สเต็ป 3 | 3 คู่ | ต้องลุ้นผลของทั้ง 3 ตัวเลือกในบิลเดียว | สูงขึ้นจากการคูณราคา 3 คู่ | ปานกลาง |
สเต็ป 4 | 4 คู่ | ผลของทั้ง 4 คู่เชื่อมโยงกันในบิลเดียว | สูงกว่าสเต็ป 2 และ 3 | สูงขึ้นตามจำนวนคู่ |
สเต็ป 5–6 | 5–6 คู่ | ต้องติดตามหลายคู่และหลายตลาดพร้อมกัน | มีโอกาสได้ราคาเดิมพันรวมสูง | สูง |
สเต็ปหลายคู่ | 7 คู่ขึ้นไป | ทุกตัวเลือกมีผลต่อผลลัพธ์รวมของบิล | อัตราต่อรองรวมอาจสูงมากตามราคาที่เลือก | สูงมาก เพราะมีเงื่อนไขหลายคู่ต้องผ่านพร้อมกัน |
กติกาแทงบอลสเต็ป กรณีคู่ยกเลิก เสมอราคา หรือเดิมพันบางคู่ไม่เป็นผล
กติกาของ แทงบอลสเต็ป จะพิจารณาผลของแต่ละตัวเลือกในบิลก่อนนำไปตัดสินผลรวม หากการแข่งขันบางคู่ถูกยกเลิก เลื่อนแข่ง หรือถูกประกาศให้เดิมพันเป็นโมฆะ โดยทั่วไปคู่นั้นจะถูกตัดออกจากการคำนวณหรือปรับราคาเป็น 1.00 แล้วนำคู่ที่เหลือมาคำนวณต่อ เช่น บิลสเต็ป 4 มีหนึ่งคู่ถูกยกเลิก บิลอาจถูกคำนวณต่อในลักษณะเหลือ 3 คู่แทน และกรณีเดิมพันแฮนดิแคปแล้วจบแบบ เสมอราคา หรือ Push เงินของตัวเลือกนั้นจะไม่ถูกคิดเป็นกำไรหรือขาดทุน และมักถูกปรับเป็นราคา 1.00 ก่อนคำนวณกับคู่ที่เหลือ ส่วนราคาแบบควอเตอร์ เช่น 0.25 หรือ 0.75 อาจเกิดผลครึ่งได้ ครึ่งเสีย หรือคืนเงินบางส่วน ทำให้ยอดรับของบิลเปลี่ยนจากตัวเลขที่เห็นตอนวางเดิมพัน และก่อนเล่นควรอ่านกติกา Void Push และราคาให้ชัดเจน